วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว หรือที่เรียกกันว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพระบรมมหาราชวังฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอารามหลวงที่สร้างขึ้นในเขตพระราชวังตามประเพณีปฏิบัติที่มีมาแต่โบราณ  พุทธวาสสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ นอกจากจะใช้ประกอบพระราชพิธีที่สำคัญทางศาสนาแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระมหามณีรัตนปฎิมากร หรือ พระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยด้วย

วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน นับเป็นวัดคู่บุญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์มากว่า 238 ปี สร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 2325 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พร้อมการสถาปนาพระราชวังหลวง แทนพระราชวังหลวงเดิมของกรุงธนบุรี ใช้เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทางพุทธศาสนาที่สำคัญ เป็นพุทธสถานที่มีแต่ส่วนพุทธวาส ไม่มีส่วนสังฆวาส นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เราจะได้เห็นแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร

หรือ พระแก้วมรกต  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่สยามประเทศอีกด้วย

พระแก้วมรกต

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากจะเป็นพุทธสถานที่มีมีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยแล้ว ที่นี่ยังมีงานสถาปัตยกรรมที่งดงามให้ท่านได้ชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระโบสถ อาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2328  โดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมือปี  พ.ศ. 2326  ภายในพระอุโบสถงดงามไปด้วยจิตรกรรมฝาผนัง ทั้ง 4 ด้าน ที่เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และ รัชกาลที่ 3 บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อย่างวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นภาพมารผจญ บนผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระแก้วมรกต ภาพไตรภูมิบนผนังหุ้มกลองด้านหลัง ภาพพระปฐมสมโพธิกถาและชาดก รวมทั้งกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคและทางสถลมารคบนผนังหุ้มกลองด้านข้าง

ตรงกลางพระโอโบสถด้านใน จะเห็นบุษบกทองคำอันเป็นที่ประดิษฐาน “พระแก้วมรกต” หรือพระมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธรูปปางสมาธิทรงศิลปะแบบล้านนาเชียงแสน แกะสลักจากหยกอ่อนสีเขียวทั้งองค์ “พระแก้วมรกต” มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน และเป็นที่ทราบกันว่า ทรงประดิษฐานครั้งแรก ณ เจดีย์วัดป่าญะ หรือวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ สร้างพระบรมหาราชวังแล้วเสร็จ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว แห่งนี้ ในพระอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น อาทิ  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับรัชกาลที่ 1 และ 2 ยังมี พระสัมพุทธพรรณี ที่รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างตามอย่างพุทธลักษณะ ในปี พ.ศ. 2373 พุทธสถานแห่งนี้จึงนับว่าเป็นศูนย์รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย

นอกจากความวิจิตรงดงามของพระอุโบสถแล้ว วัดพระแก้ว ยังมีสถาปัตยกรรมอีกมากมายให้ได้ชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น  ประสาทพระเทพนิมิต พระมณฑป  หอพระนาก  พระวิหารยอด   หอพระมณเฑียรธรรม  พระศรีรัตนเจดีย์  รูปปั้นสัตว์หิมพานต์ บุษบกพระราชลัญจกร นครวัดจำลอง พระสุวรรณเจดีย์  ยักษ์ทวารบาล  และที่นี่ ยังมีภาพจิตรกรรมฝาหนังที่พระระเบียงเรียงร้อยเรื่องราววรรณคดีไทย เรื่องรามเกียรติ์ ให้ท่านได้ชมกันถึง 178 ห้อง เรียงรายต่อกันตลอดฝาผนังทั้ง 4 ทิศ

วัดพระแก้วเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.  (ยกเว้นวันที่มีพระราชพิธีต่างๆ )  ปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมเวลา 15.30 น. และเนื่องด้วยเป็นเขตพระราชฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศไทย  ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุขภาพเรียบร้อย  และควรปฏิบัติตามระเบียบของวัด เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่